Skip to main content
แนวคิดธุรกิจ

จ้างที่ปรึกษาระบบอัตโนมัติ หรือซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ ดีกว่ากัน

24 มิถุนายน 25695 นาที
จ้างที่ปรึกษาระบบอัตโนมัติ หรือซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ ดีกว่ากัน

ปัญหาที่มาเป็นวงจรทุกเดือน

ลองนึกภาพเจ้าของร้านหรือฝ่ายปฏิบัติการที่นั่งเปิดหน้าจอสามหน้าต่างพร้อมกัน หน้าต่างแรกคือ Excel สต็อกสินค้า หน้าต่างที่สองคือ Gmail รอเช็กใบสั่งซื้อที่ลูกค้าส่งมา หน้าต่างที่สามคือ LINE กลุ่มทีมงานที่ต้องพิมพ์แจ้งว่า "สินค้า A เหลือ 5 ชิ้นนะ" ทุกครั้งที่สต็อกเปลี่ยน

พอเจอปัญหานี้ หลายคนคิดแบบเดียวกันคือ "ต้องซื้อระบบใหม่แล้ว" เลยไปหาซอฟต์แวร์จัดการสต็อกที่โฆษณาว่าครบวงจร สมัครแพ็กเกจ จ่ายค่าไลเซนส์รายเดือน แล้วก็เจอด่านต่อไปคือ ต้องย้ายข้อมูลทั้งหมดเข้าไปในระบบใหม่ ต้องฝึกพนักงานให้ใช้เป็น ต้องเปลี่ยนขั้นตอนการทำงานเดิมให้เข้ากับระบบ ซึ่งบางทีก็ไม่เข้ากับวิธีทำงานจริงของทีมเลย

คำถามที่ควรถามก่อนคือ ปัญหาจริง ๆ คือ "ไม่มีซอฟต์แวร์" หรือ "เครื่องมือที่มีอยู่แล้วไม่คุยกัน" กันแน่

ต้นทุนของการทำมือ ที่มองไม่เห็นในบัญชี

การพิมพ์แจ้งสต็อกใน LINE เอง การก็อปข้อมูลจาก Excel ไปกรอกในระบบอื่น การเช็กอีเมลทีละฉบับเพื่อคัดลอกออเดอร์ สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนงานเล็ก ๆ แต่พอรวมกันทั้งเดือนจะกลายเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมงที่หายไปกับงานที่ไม่ได้สร้างมูลค่าอะไรเพิ่ม

ที่หนักกว่านั้นคือความผิดพลาด คนพิมพ์เลขผิดหนึ่งตัว ก็อปแล้ววางผิดแถว หรือลืมแจ้งทีมเพราะงานยุ่งช่วงนั้น ผลคือออเดอร์ไม่ตรงกับสต็อกจริง ลูกค้าสั่งของที่หมดไปแล้วโดยไม่รู้ตัว และทีมงานต้องมานั่งไล่หาว่าข้อมูลหลุดไปตรงไหน

อีกเรื่องที่ประเมินเป็นตัวเลขยากแต่ส่งผลจริงคือ ขวัญกำลังใจของพนักงาน คนที่เก่งและมีศักยภาพ มักไม่อยากทำงานที่เป็นการกรอกข้อมูลซ้ำ ๆ ทั้งวัน พอทำนาน ๆ เข้าก็เบื่อ บางคนถึงขั้นลาออกเพราะรู้สึกว่างานไม่ได้ใช้ความสามารถที่มี

ระบบอัตโนมัติทำงานแทนแบบไหน

จุดต่างสำคัญระหว่างการซื้อซอฟต์แวร์กับการทำระบบอัตโนมัติคือ ซอฟต์แวร์ให้แพลตฟอร์มใหม่ที่ทีมต้องเรียนรู้และปรับตัวทำงานตามมัน ส่วนระบบอัตโนมัติคือการวางชั้นเชื่อมต่อที่ทำให้เครื่องมือที่ทีมใช้อยู่แล้ว อย่าง LINE, Google Sheets, Gmail คุยกันเองโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องมีใครมานั่งเรียนโปรแกรมใหม่เลย

ตัวอย่างการทำงานจริงมีลักษณะประมาณนี้

  • เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในระบบหนึ่ง เช่น สต็อกลดลงหลังขายของ ระบบจะตรวจจับและซิงค์ข้อมูลไปยังอีกระบบหนึ่งให้อัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครมานั่งคัดลอกวางเอง
  • เมื่อสต็อกถึงจุดที่ต้องเติม ระบบจะส่งข้อความแจ้งเตือนเข้า LINE กลุ่มทีมงานทันที
  • ข้อมูลใน Google Sheets จะอัปเดตให้ตรงกันทุกจุดโดยไม่ต้องรอให้ใครมาคีย์ซ้ำ

สิ่งที่พนักงานเห็นจากมุมของตัวเอง ก็ยังเป็นแอปเดิมที่คุ้นเคย เปิด LINE เหมือนเดิม เปิด Sheets เหมือนเดิม ต่างกันแค่ว่าข้อมูลที่เห็นนั้นอัปเดตเองโดยไม่ต้องมีใครไปนั่งพิมพ์ซ้ำ ๆ ทุกวัน

ตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่การประเมิน

กรณีของ HukDok ร้านค้าปลีกที่เคยต้องโอนข้อมูลด้วยมือระหว่างระบบหลายครั้งต่อวัน และเจอปัญหาคัดลอกวางผิดจนออเดอร์ไม่ตรงกับสต็อกอยู่บ่อย ๆ คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหานี้

หลังวางระบบอัตโนมัติที่คอยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลและซิงค์ให้ตรงกันทุกระบบ พร้อมส่งแจ้งเตือน LINE ทุกครั้งที่สต็อกเคลื่อนไหว ผลลัพธ์ที่ได้คือ ประหยัดเวลาไป 50 ชั่วโมงต่อเดือน ลดค่าใช้จ่ายลง ฿30,000 ต่อเดือน และข้อผิดพลาดจากการโอนข้อมูลด้วยมือเป็นศูนย์

สิ่งสำคัญคือ HukDok ไม่ได้เปลี่ยนไปใช้ซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งระบบ แต่เป็นการเชื่อมเครื่องมือเดิมที่มีอยู่แล้วให้ทำงานร่วมกันเอง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เคสของ HukDok

ตอนไหนซื้อซอฟต์แวร์คือทางเลือกที่ถูกกว่า

ความตรงไปตรงมาคือจุดที่ต้องพูดให้ชัด การทำระบบอัตโนมัติไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสถานการณ์ มีหลายกรณีที่ซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปคุ้มค่ากว่าจริง ๆ

  • ถ้าธุรกิจยังไม่มีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจนเลย การซื้อซอฟต์แวร์ที่มีกรอบมาตรฐานให้ อาจช่วยจัดระเบียบงานได้เร็วกว่าการมานั่งออกแบบระบบใหม่ตั้งแต่ศูนย์
  • ถ้าสิ่งที่ต้องการคือฟีเจอร์เฉพาะทางที่ซับซ้อนมาก เช่น ระบบบัญชีที่ต้องรองรับกฎหมายภาษีละเอียด ซอฟต์แวร์ที่มีทีมพัฒนาเฉพาะทางดูแลต่อเนื่องมักจะน่าเชื่อถือกว่า
  • ถ้าทีมงานมีขนาดเล็กมากและงบประมาณจำกัดมาก การจ่ายค่าไลเซนส์รายเดือนที่คาดการณ์ได้ อาจบริหารจัดการง่ายกว่าการลงทุนวางระบบเฉพาะ

และสิ่งที่ต้องมีก่อนจะเริ่มทำระบบอัตโนมัติให้ได้ผลจริงคือ ขั้นตอนการทำงานปัจจุบันต้องชัดเจนพอสมควรแล้ว ถ้าขั้นตอนภายในยังสับสนไม่แน่นอน การเชื่อมต่อระบบก็จะแค่ทำให้ความสับสนนั้นเร็วขึ้นเท่านั้นเอง ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ

เริ่มจากคุยกันก่อน ไม่ใช่เริ่มจากซื้อ

ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อซอฟต์แวร์ใหม่หรือจ้างใครมาช่วยเชื่อมระบบที่มีอยู่ ลองย้อนกลับไปดูว่าปัญหาจริง ๆ ของทีมคืออะไร บางทีสิ่งที่ขาดไม่ใช่เครื่องมือใหม่ แต่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเครื่องมือที่มีอยู่แล้วให้ทำงานร่วมกันเอง

ดูรายละเอียดแนวทางการทำงานของเราเพิ่มเติมได้ที่หน้า บริการ หรือถ้าอยากรู้ว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับแบบไหนมากกว่ากัน ทักมาคุยกันใน LINE ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่มีการยัดเยียดขาย

เริ่มลดงานหลังบ้านของคุณ

ทักแชท LINE คุยกับทีมงานได้เลย ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด